ผมทำเว็บไซต์มาตั้งแต่ยุค GeoCities ครับ ยุคที่เว็บทั้งอินเทอร์เน็ตถูกจัดเป็น "หมู่บ้าน" แล้วเชื่อมถึงกันด้วยลิงก์ ผมซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ (ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์โดยตรง) หัดเขียน HTML เองทีละแท็ก จนปี 2543 ก็จดโดเมนแรกในชีวิต: THAIKARATEDO.COM เว็บไซต์คาราเต้เว็บแรกของประเทศไทย ซึ่งยังต่ออายุอยู่จนถึงทุกวันนี้
หลังจากทำเว็บคาราเต้ไปแล้ว ผมถึงได้ไปลงเรียนการทำเว็บที่ Net Design เพิ่มเติม จำได้ลางๆ ว่าตอนนั้นได้เรียน Dreamweaver ด้วย (เรื่องมันผ่านมาสองทศวรรษแล้ว รายละเอียดขออนุญาตเบลอๆ หน่อยนะครับ 😅)
ผ่านมา 26 ปี ผมทำเว็บมาแล้วแทบทุกแบบ ตั้งแต่เขียนโค้ด HTML เอง, เว็บสำเร็จรูปอย่าง ReadyPlanet, Blogger ที่ผมเอามาทำเว็บไซต์ชมรมคาราเต้ จนอาจารย์ชีพธรรม คำวิเศษณ์ เห็นแล้วบอกว่าทำสวย ถึงขั้นโปรโมทให้ผมไปเป็นวิทยากรสอน Blogger ซะงั้น 😄 นอกจากนี้ก็ได้ลองใช้ Google Sites และเคยลองติดตั้ง CMS ทำเว็บบนเครื่องตัวเอง (จำได้ลางๆ ว่าน่าจะเป็น Joomla)... เรียกว่าผ่านเครื่องมือทำเว็บมาหลายยุคหลายสมัยอยู่เหมือนกัน
แต่ตลอดเส้นทางนั้น มีจุดอ่อนหนึ่งที่ผมแก้ไม่ได้เลยครับ — ผมไม่มีหัวด้านดีไซน์เว็บ ทั้งที่จริงๆ ผมเป็นคนวาดรูปเก่งนะครับ แต่มันคงคนละเรื่องกัน เพราะ UX/UI เป็นศาสตร์ที่ต้องศึกษาจริงจัง ต่อให้เครื่องมือดีแค่ไหน เว็บที่ผมทำเองก็ยังไม่สวยเท่าที่ควรอยู่ดี
จนกระทั่งวันที่ผมลองให้ AI สร้างหน้า Landing Page คอร์ส TikTok เป็นครั้งแรก แล้วถึงกับอึ้ง — อึ้งแบบคนที่เขียน HTML มากับมือตั้งแต่ปี 2543 แล้วเห็นสิ่งที่เคยต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ถูกเสกเสร็จต่อหน้าในไม่กี่นาที (เรื่องเต็มๆ ของวันนั้นผมเล่าไว้ในบทความ เมื่อ AI ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือเครื่องมือสร้างระบบงาน ครับ)
หลังจากวันนั้นราวครึ่งปี ผมก็ตัดสินใจย้ายเว็บทั้งเว็บของ Team Digital ออกจาก WordPress มาสร้างด้วย AI ทั้งหมด และคำถามที่โดนถามบ่อยที่สุดคือ "วิธีใหม่ที่ว่าเนี่ย... มันเรียกว่าอะไร? ต่างจากแบบเดิมยังไง?" — บทความนี้คือคำตอบครับ
และบอกไว้ก่อนเลย: ถ้าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะทำเว็บแรกในชีวิต คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักวิธีแบบเก่าเลยด้วยซ้ำ ข้ามมาเริ่มที่วิธีใหม่ได้ทันที
Vibe Coding คืออะไร?
คำที่โลกใช้เรียกการทำเว็บ (หรือสร้างซอฟต์แวร์) แบบนี้คือ "Vibe Coding" ครับ เป็นคำของ Andrej Karpathy อดีตผู้บริหารด้าน AI ของ Tesla และผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ที่ใช้เรียกการสร้างโปรแกรมด้วยการ"คุยกับ AI เป็นภาษาคนปกติ" แทนการนั่งเขียนโค้ดเองทีละบรรทัด — หน้าที่ของเราคือบอกว่าอยากได้อะไร แล้วให้ AI เป็นคนลงมือเขียนโค้ดให้
ส่วนเส้นทางที่โค้ดเดินทางจากเครื่องเราไปเป็นเว็บไซต์จริง มีชื่อทางเทคนิคว่า Git-based Deployment ครับ ฟังดูขลัง แต่สรุปเป็นเส้นบรรทัดเดียวได้แบบนี้:
คุยกับ AI ที่เครื่อง → Push ขึ้น GitHub → Cloudflare/Vercel (บริการโฮสติ้งฟรี) สร้างเว็บให้อัตโนมัติ → ได้เว็บที่คนเข้าดูได้ทันที
อยากใช้ชื่อโดเมนของตัวเอง (เช่น www.ชื่อธุรกิจ.com) ก็แค่เชื่อม Domain เพิ่มทีหลัง — จ่ายแค่ค่าโดเมนปีละไม่กี่ร้อยบาท SSL (https) ฟรีอัตโนมัติ
ขั้นตอนทำเว็บแบบ WordPress (วิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน)
ก่อนอื่นมาดูวิธียอดนิยมที่คนส่วนใหญ่ทำเว็บกันก่อนครับ:
(หมายเหตุ: WordPress ยุ่งยากกว่า "เว็บสำเร็จรูป" อย่าง ReadyPlanet หรือ LnwShop นะครับ เว็บสำเร็จรูปแค่กดสมัคร เลือกเทมเพลต ก็มีเว็บใน 5 นาที ระบบจัดการหลังบ้านและโฮสติ้งให้หมด — แต่แลกกับการปรับแต่งได้จำกัดและหน้าตาซ้ำกับคนอื่น ส่วน WordPress เราต้องเช่าโฮสต์เอง ติดตั้งทุกอย่างเอง)
- เช่า Hosting + จดโดเมน — ค่า hosting จ่ายเป็นรายปี
- ติดตั้ง WordPress ลงบน hosting
- เลือก Theme — มีธีมฟรีให้เลือกนับพัน หรืออัปเกรดเป็นธีม Pro เมื่อต้องการฟีเจอร์เพิ่ม
- ติดตั้งปลั๊กอินตามที่ต้องใช้ — Page Builder, SEO, Cache, Security, Backup, ฟอร์มติดต่อ ฯลฯ ซึ่งเวอร์ชันฟรีก็ครอบคลุมงานพื้นฐานได้
- ออกแบบหน้าเว็บด้วยการลากวาง — แล้วไล่ปรับการแสดงผลทั้ง 3 ขนาดหน้าจอ (Desktop / Tablet / Mobile) ให้เรียบร้อย
- ดูแลอัปเดต WordPress / Theme / Plugin สม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย
- เผยแพร่และเขียนคอนเทนต์ต่อเนื่อง — จุดแข็งของ WordPress คือระบบหลังบ้านที่ให้ทีมงานหลายคนเข้ามาโพสต์บทความ จัดการเนื้อหาได้โดยไม่ต้องแตะโค้ดเลย
ขั้นตอนทำเว็บแบบ AI / Vibe Coding (วิธีที่ผมใช้ตอนนี้)
- คุยกับ AI ที่เครื่องตัวเอง (ผมใช้ Claude Code) บอกเป็นภาษาคนว่าอยากได้เว็บแบบไหน — AI เขียนโค้ดให้ทั้งหมด
- ดูผลลัพธ์ทันทีที่เครื่อง แก้ไปคุยไปจนพอใจ ไม่พอใจตรงไหนก็พิมพ์บอก
- Push โค้ดขึ้น GitHub — ที่เก็บโค้ดพร้อมประวัติทุกเวอร์ชัน แก้พังก็ย้อนกลับได้ตลอด
- Cloudflare Pages หรือ Vercel ดึงโค้ดไปสร้างเว็บให้อัตโนมัติ — hosting ฟรี ได้ URL มาใช้ทันที เช่น mysite.pages.dev
จบแล้วครับ ได้เว็บที่คนเข้าดูได้จริง — ส่วนใครอยากได้ชื่อโดเมนของตัวเอง ก็แค่เพิ่มโดเมนในเมนู Custom Domains ของ Cloudflare/Vercel ระบบตั้งค่าให้เกือบอัตโนมัติ
แล้วถ้าจะแก้เว็บครั้งหน้าล่ะ? แค่เปิดเครื่อง คุยกับ AI แล้ว push ขึ้นไปใหม่ เว็บอัปเดตเองครับ
และสำหรับคนไม่มีหัวดีไซน์อย่างผม นี่คือจุดที่ AI ปิดจุดอ่อนที่ติดตัวมาทั้งชีวิตให้ได้ในที่สุด — AI มีทักษะการจัดวาง UX/UI ระดับผู้เชี่ยวชาญ เราแค่บอกว่าอยากได้อารมณ์ไหน มันเสกหน้าเว็บที่สวยเป็นระเบียบออกมาให้เอง
งบเท่าไหร่? เริ่มได้ตั้งแต่ 0 บาท
นี่คือจุดที่ทำให้ผมอยากให้ทุกคนได้ลองครับ เพราะเส้นทางการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI แบบนี้เริ่มต้นได้โดยไม่เสียเงินเลยสักบาท:
- AI ช่วยเขียนโค้ด — Antigravity IDE ใช้ฟรี (มีโควต้าใช้งานให้พอสมควร) หรือจะใช้ Claude Code แบบเสียเงินเมื่อใช้งานหนักขึ้นก็ได้
- GitHub — ฟรี
- Hosting (Cloudflare Pages / Vercel) — ฟรี พร้อม URL ให้ใช้
- SSL (https) — ฟรีอัตโนมัติ
ค่าใช้จ่ายเดียวที่หลีกไม่ได้คือค่าโดเมน ปีละประมาณ 400–500 บาท และนั่นก็ต่อเมื่อคุณอยากได้ชื่อเว็บของตัวเองเท่านั้น — เทียบกับฝั่ง WordPress ที่แค่ก้าวแรกก็ต้องควักเงินเช่า hosting แล้ว
ตารางเปรียบเทียบชัดๆ
| หัวข้อ | WordPress | ทำเว็บด้วย AI (Vibe Coding) |
| ค่า Hosting | เช่ารายปี | ฟรี (Cloudflare Pages / Vercel) |
| การสร้างหน้าเว็บ | เลือกธีม + ลากวางผ่าน Page Builder | พิมพ์บอก AI ว่าอยากได้แบบไหน |
| ระบบหลังบ้าน | มีให้พร้อม ทีมงานหลายคนโพสต์คอนเทนต์ได้เอง | ไม่มี — แก้ผ่านการคุยกับ AI ที่เครื่อง |
| Responsive 3 หน้าจอ | ปรับแต่งเองผ่าน Page Builder | AI จัดการให้ตั้งแต่แรก |
| การดูแลรักษา | อัปเดต WordPress/Theme/Plugin สม่ำเสมอ | แทบไม่มี (เว็บ static ไม่มี database) |
| ความเร็วเว็บ | ขึ้นกับ hosting และการจูน cache | เร็วโดยธรรมชาติ (ไฟล์ static ล้วน) |
| เหมาะกับ | ทีมที่มีหลายคนช่วยกันทำคอนเทนต์, เว็บที่ต้องพึ่งปลั๊กอินเฉพาะทาง | คนทำธุรกิจคนเดียว/ทีมเล็ก ที่อยากคุมเว็บเองทั้งหมด |
| ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น/ปี | ค่า hosting + โดเมน | เริ่มได้ที่ 0 บาท (+ ค่าโดเมนถ้าอยากมี) |
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: ไม่เคยเขียนโค้ดเลย ทำได้ไหม?
A: ได้ครับ เพราะคนเขียนโค้ดคือ AI ไม่ใช่เรา แต่เราต้องรู้ "ภาษาของคนทำเว็บ" ระดับพื้นฐาน เช่น H1 คืออะไร, Hero Section คือส่วนไหนของหน้า — เพื่อให้สั่ง AI ได้ตรงจุด เปรียบเหมือนเราเป็นผู้บริหารที่สั่งงานโปรแกรมเมอร์ เราไม่ต้องเขียนโค้ดเอง แต่ต้องบอกได้ว่าอยากได้อะไร
Q: แล้ว WordPress ยังเหมาะกับใคร?
A: ยังเหมาะกับหลายโจทย์เลยครับ โดยเฉพาะองค์กรที่มีทีมงานหลายคนช่วยกันทำคอนเทนต์ — ระบบหลังบ้านของ WordPress ให้ทุกคนเข้ามาโพสต์บทความ จัดการเนื้อหาได้เองโดยไม่ต้องแตะโค้ด รวมถึงธุรกิจที่ต้องพึ่งปลั๊กอินเฉพาะทาง (เช่นระบบสมาชิก ระบบร้านค้า WooCommerce) ซึ่ง WordPress มี ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และครองส่วนแบ่งกว่า 40% ของเว็บทั้งอินเทอร์เน็ตอยู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ (ถ้าองค์กรของคุณอยากใช้ WordPress ให้เป็นระบบ Team Digital ก็มีหลักสูตรอบรม WordPress แบบ In-House ด้วยนะครับ)
ส่วนคนทำธุรกิจคนเดียวหรือทีมเล็กที่อยากได้เว็บเร็ว ประหยัด และคุมเองได้ทั้งหมด — Vibe Coding คือทางเลือกใหม่ที่ควรลองครับ
Q: เว็บที่ AI สร้างจะทำ SEO ได้ดีเหมือน WordPress + Rank Math ไหม?
A: ได้ครับ และอาจดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะเราสั่ง AI ให้ใส่ meta tags, Schema, sitemap ได้ละเอียดเท่าที่เราต้องการโดยไม่ต้องพึ่งปลั๊กอิน แถมเว็บ static ยังโหลดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ Google ให้คะแนนโดยตรง — เว็บ Team Digital ที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ก็ทำแบบนี้ทั้งเว็บครับ ถ้าอยากอ่านเส้นทางแบบเต็มๆ ว่าเว็บเราผ่านมากี่ยุคกว่าจะถึงวันนี้ อ่านต่อได้ที่ วิวัฒนาการทำเว็บไซต์บริษัท 4 ยุค
ส่งท้าย: กำแพงพังทลายแล้ว
จาก GeoCities ที่ต้องเขียน HTML เอง มาถึงวันที่พิมพ์บอก AI ไม่กี่บรรทัดก็ได้เว็บทั้งเว็บ สิ่งที่ผมอยากบอกทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้คือ
กำแพงทางเทคนิคของการทำเว็บ ไม่มีอีกต่อไปแล้วครับ ทุกคนสามารถสร้างเว็บหรือแอปของตัวเองได้ ขอแค่มีไอเดีย จินตนาการ และความตั้งใจที่จะปรับปรุงทดสอบมันจนพร้อมใช้งานจริง
คนที่เคยหยุดฝันเพราะคำว่า "เขียนโค้ดไม่เป็น" หรือ "ไม่มีหัวดีไซน์" — วันนี้ข้ออ้างสองข้อนั้นถูก AI ลบทิ้งไปแล้ว เหลือแค่คำถามเดียวว่า คุณจะเริ่มเมื่อไหร่
อยากลองสร้างเว็บด้วย AI แบบนี้ด้วยตัวเองไหม?
เรียนรู้ตั้งแต่การคุยกับ AI ให้สร้างเว็บ ไปจนถึงการเอาเว็บขึ้นออนไลน์จริงใน คอร์ส Build Website with AI เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ ไม่ต้องมีพื้นฐานเขียนโค้ด ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเว็บไซต์อยู่แล้วก็เรียนได้
ดูรายละเอียดคอร์ส Build Website with AI